ครม.ได้ฤกษ์ไฟเขียวสร้างรถไฟทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม” หลังรอคอยมากว่า 50 ปี เดินหน้าตอกเสาเข็มปี 63 เปิดบริการปี 67 ดันเชื่อมระบบรางเพื่อนบ้าน ฟุ้งสร้างเสร็จรองรับผู้โดยสารได้ 3.8 ล้านคนต่อปี…

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ครม.ได้มีมติให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม วงเงินงบประมาณ 66,848.33 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 62-ปี 68 โดยปีนี้จะเริ่มเวนคืนที่ดินจำนวน 7,100 แปลงเพื่อมาก่อสร้าง และปี 63 จะเริ่มประกวดราคา หลังจากนั้นก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เปิดบริการในปี 67 หรือ ต้นปี 68 ซึ่งจากผลการศึกษาระบุว่า เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จปี 67 จะรองรับปริมาณผู้โดยสารได้กว่า 3.8 ล้านคน/ปี รองรับปริมาณสินค้าได้ 700,000 ตัน/ปี และเมื่อเปิดให้บริการจะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 13% นอกจากนั้นคาดการณ์ว่าในปี 99 จะขนผู้โดยสารได้ 8.3 ล้านคน/ปี ขนสินค้าได้กว่า 1 ล้านตัน/ปี

“รถไฟทางคู่สายนี้ถือเป็นรถไฟเป็นสายใหม่ ที่เพิ่งจะอนุมัติให้ก่อสร้าง เป็นโครงการที่จะดำเนินการมานานกว่า 50 ปี มาแล้ว และได้เริ่มศึกษาเมื่อปี 32 โดยโครงการนี้รัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ ค่าเวนคืนต่างๆ ขณะที่กระทรวงการคลังจะเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้ให้รฟท. เป็นผู้กู้เงิน ทั้งนี้จะมีพื้นที่เวนคืนประมาณ 7,000 แปลง โดยมีวงเงินเวนคืนประมาณ 10,000 ล้านบาท”

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของไทย พ.ศ. 2558-2565 ในแผนงานพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง หรือการพัฒนาเส้นทางสายใหม่ ระยะที่ 3 และอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2560 รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาโครงข่ายรถไฟตามแนวระเบียงเศรษฐกิจด้านตะวันออก-ตะวันตก ตอนบน ช่วงแม่สอด-พิษณุโลก-เพชรบูรณ์-ขอนแก่น-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร ช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ส่งเสริมการจ้างงานและการลงทุนภาคการเกษตรอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมต่อโครงการรถไฟ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ โครงการศูนย์การขนส่งสินค้าชายแดนจังหวัดนครพนม ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และจะเชื่อมต่อโครงการรถไฟ ช่วงแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์-บ้านไผ่ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบโครงการ ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางไปถึงท่าเรือย่างกุ้ง และท่าเรือละแหม่งในประเทศเมียนมา ส่วนอีกด้านหนึ่งมีการเชื่อมต่อไปถึงท่าเรือดานัง และท่าเรือไฮฟองในประเทศเวียดนาม และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีนได้ด้วย.