ธอส.เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ลดลง ไม่มั่นใจการลงทุนไทย-รอรัฐบาลใหม่มาบริหาร ขณะที่อาคารชุดสร้างใหม่ราคาดี “พญาไท-ราชเทวี” ปรับราคาเพิ่มมากสุด

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2562 มีค่าเท่ากับ 42.2 จุด หรือ ต่ำกว่าค่ากลางดัชนีที่ 50.0 จุด ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีค่าดัชนีอยู่ที่ 50.4 จุด สะท้อนให้เห็นถึงระดับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการฯ ที่ลดลงจากความไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทยในปัจจุบัน ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่ยังรอความชัดเจนในเชิงนโยบายซึ่งจะมีผลธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมจากรัฐบาลชุดใหม่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ

“ตัวเลขดัชนีฯ ที่ลดลง เป็นผลจากระดับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการฯ กลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Listed Companies) ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จาก 52.2 จุด ลดลงเหลือ 41.9 จุด ซึ่งเป็นค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่ต่ำกว่าค่ากลาง 50.0 อีกครั้ง ส่วนผู้ประกอบการฯ กลุ่มบริษัทที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Non-listed Companies) มีความเชื่อมั่นลดลงในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 42.7 จุด ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 47.7 จุด”

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) ในไตรมาส 2 ปี 2562 มีค่าเท่ากับ 58.0 ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 58.4 จุด แต่ยังคงสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 จุด แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อทิศทางของธุรกิจการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยยังให้ความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจจะมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

ส่วนผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 61.3 จุด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 59.9 จุด ผู้ประกอบการฯ กลุ่มนี้เชื่อมั่นว่า ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Non-listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 53.1 จุด ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 56.1 จุด แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการฯ กลุ่มนี้ก็ยังคงให้ความเชื่อมั่นว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

สำหรับดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2562 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากห้องชุดใหม่คงเหลือขายในตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย(LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อต้นเดือนเม.ย. 2562 ดังนั้นผู้ประกอบการจึงเร่งรัดการตัดสินใจผู้ซื้อด้วยการเพิ่มรายการส่งเสริมการขายในไตรมาสนี้มากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีราคาห้องชุดในไตรมาสนี้จึงมีค่าดัชนีเท่ากับ 150.5 จุด เพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ส่วนทำเลโครงการอาคารชุดสร้างใหม่ ที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรก ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1. พญาไท-ราชเทวี 2. บางซื่อ-ดุสิต 3.สุขุมวิทตอนปลาย 4.สุขุมวิทตอนต้น และ 5. ชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ.