นางสาววิลาวัลย์ วีระกุล รองอธิบดีด้านประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมต้องเลื่อนการประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ซึ่งจะนำมาใช้เป็นฐานในการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอีก 1 ปี เป็นประกาศใช้วันที่ 1 ม.ค.64 จากเดิมวันที่ 1 ม.ค.63 หรือประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่ทุก 4 ปี เพราะต้องเสนอราคาที่ดินใหม่ให้กับคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ ตาม พ.ร.บ.ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อผลประโยชน์แห่งรัฐ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เดือน พ.ย.นี้

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการประเมินราคา จากเดิมปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มาเป็นปลัดกระทรวงการคลัง มีหน้าที่กำหนดนโยบายการประเมินราคาทรัพย์สิน และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกกฎกระทรวงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และในการประเมินราคาที่ดินและจัดทำบัญชี จะมอบอำนาจให้คณะกรรมการประเมินระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ดำเนินการแทนคณะกรรมการชุดใหญ่ ส่งผลให้ราคาที่ดินใหม่ ที่เตรียมประกาศใช้วันที่ 1 ม.ค.63 ต้องนำมาให้คณะกรรมการประเมินระดับจังหวัดทบทวนอีกครั้ง

“เดิมคาดว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะออกก่อนกำหนดราคาประเมินที่ดินเสร็จ จึงเตรียมพร้อมปรับปรุงราคาประเมินที่ดินและทุนทรัพย์ เพื่อประกาศตามรอบ 4 ปี แต่เมื่อ พ.ร.บ.นี้บังคับใช้เดือน พ.ย.62 และมีการเปลี่ยนคณะกรรมการประเมิน รวมถึงมอบอำนาจให้คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาด้วย ทำให้ต้องนำราคาที่ดินมาทบทวนใหม่หลัง พ.ร.บ.บังคับใช้แล้ว จึงประกาศใช้ต้นปี 63 ไม่ทัน เพราะการประกาศราคาประเมินใหม่ต้องประกาศล่วงหน้า 30 วัน ก่อนบังคับใช้”

อย่างไรก็ตาม การคงราคาประเมินเดิมไว้ 1 ปี โดยใช้ราคาประเมินรอบปี 49-62 จะลดภาระของประชาชนจากภาระถือครองที่ดิน และทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นต้น เพราะในปี 63 กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีผลบังคับใช้ ถ้าต้องใช้ราคาประเมินใหม่มาคำนวณภาษี ประชาชนอาจถูกเก็บภาษีจากราคาประเมินใหม่ และมีภาระภาษีที่จะเสียเพิ่มขึ้น “ส่วนการเก็บภาษีในปี 63 จะใช้ราคาประเมินที่ดินปีบัญชี 59-62 จัดเก็บภาษีที่ดินไปก่อน ซึ่งในปี 61 ได้ปรับปรุงราคาประเมินที่ดินใหม่ทั้งประเทศไปแล้ว ทำให้อัตราจัดเก็บภาษีที่ดินเพิ่มขึ้น จึงมองว่า แม้ไม่ประกาศราคาที่ดินใหม่ในปี 63 ก็ไม่กระทบการจัดเก็บภาษีที่ดินของกรม”.