คุมเข้มสินเชื่อ อาคารชุดรอขายเพียบ ทำเลทอง “พญาไท-ราชเทวี” ราคาพุ่ง

ธอส.เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ลดลง ไม่มั่นใจการลงทุนไทย-รอรัฐบาลใหม่มาบริหาร ขณะที่อาคารชุดสร้างใหม่ราคาดี “พญาไท-ราชเทวี” ปรับราคาเพิ่มมากสุด

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2562 มีค่าเท่ากับ 42.2 จุด หรือ ต่ำกว่าค่ากลางดัชนีที่ 50.0 จุด ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีค่าดัชนีอยู่ที่ 50.4 จุด สะท้อนให้เห็นถึงระดับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการฯ ที่ลดลงจากความไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทยในปัจจุบัน ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่ยังรอความชัดเจนในเชิงนโยบายซึ่งจะมีผลธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมจากรัฐบาลชุดใหม่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ

“ตัวเลขดัชนีฯ ที่ลดลง เป็นผลจากระดับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการฯ กลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Listed Companies) ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จาก 52.2 จุด ลดลงเหลือ 41.9 จุด ซึ่งเป็นค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่ต่ำกว่าค่ากลาง 50.0 อีกครั้ง ส่วนผู้ประกอบการฯ กลุ่มบริษัทที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Non-listed Companies) มีความเชื่อมั่นลดลงในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 42.7 จุด ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 47.7 จุด”

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) ในไตรมาส 2 ปี 2562 มีค่าเท่ากับ 58.0 ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 58.4 จุด แต่ยังคงสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 จุด แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อทิศทางของธุรกิจการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยยังให้ความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจจะมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

ส่วนผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 61.3 จุด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 59.9 จุด ผู้ประกอบการฯ กลุ่มนี้เชื่อมั่นว่า ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Non-listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 53.1 จุด ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 56.1 จุด แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการฯ กลุ่มนี้ก็ยังคงให้ความเชื่อมั่นว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

สำหรับดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2562 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากห้องชุดใหม่คงเหลือขายในตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย(LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อต้นเดือนเม.ย. 2562 ดังนั้นผู้ประกอบการจึงเร่งรัดการตัดสินใจผู้ซื้อด้วยการเพิ่มรายการส่งเสริมการขายในไตรมาสนี้มากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีราคาห้องชุดในไตรมาสนี้จึงมีค่าดัชนีเท่ากับ 150.5 จุด เพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ส่วนทำเลโครงการอาคารชุดสร้างใหม่ ที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรก ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1. พญาไท-ราชเทวี 2. บางซื่อ-ดุสิต 3.สุขุมวิทตอนปลาย 4.สุขุมวิทตอนต้น และ 5. ชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ.

อังคารนี้ดัชนีเชื่อมั่นวูบ เหตุจาก “บาท” แข็งค่า

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาว่า อยู่ที่ระดับ 92.8 ปรับตัวลดลงจากเดือน ก.ค.ที่อยู่ในระดับ 93.5 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ตั้งแต่เดือนพ.ย.2561 ที่อยู่ในระดับ 93.9 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องรวมทั้ง ผู้บริโภคมีความระมัดระวังการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพประจำวัน รวมทั้งภาวะการแข่งขันของตลาดในประเทศที่มีการแข่งขันกันรุนแรงเพื่อแย่งตลาดกันเอง

ขณะเดียวกัน การแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ก็เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของประเทศไทย ส.อ.ท.จึงต้องการเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีกำหนดการประชุมวันที่ 25 ก.ย.นี้ พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.50% ให้อยู่ที่ 1.25% เพื่อช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท นอกจากนี้ ยังเกิดพายุฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้กระทบต่อการคมนาคมขนส่งสินค้า โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงด้านต่างประเทศ จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯที่ยังคงยืดเยื้อ ยังเป็นความกังวลต่อเนื่องของผู้ประกอบการส่งออกด้วย.

ควบรวม 2 แบงก์ จบปี 64

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีเอ็มบี ได้ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 โดยผู้ถือหุ้นโหวตออกเสียง 99.78% อนุมัติเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของธนาคารธนชาต จำกัด ซึ่งแผนการควบรวมกิจการระหว่าง ทหารไทยและธนชาต จะเสร็จสิ้นในปี 2564 โดยทหารไทยจัดหาเงินทุน 130,000-150,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการเพิ่มทุนจดทะเบียน 106,500 ล้านบาท และออกจำหน่ายตราสารหนี้ที่นับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 จำนวน 9,600-16,000 ล้านบาท และหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์อีก 15,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นของธนชาต100% ของทุนจดทะเบียน หลังการควบรวมกิจการ ทหารไทยจะไม่มีการปลดพนักงานแม้แต่คนเดียว

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การควบรวมกิจการ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม 30,000-40,000 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนการเงินของทหารไทย ต่ำกว่าธนชาต 0.40% เมื่อนำเงินไปปล่อยสินเชื่อ เช่าซื้อรถยนต์ ที่อัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มสินเชื่อที่มีความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว คือสินเชื่อเอสเอ็มอี ที่มีหนี้เสียจากการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารชะลอปล่อยสินเชื่อเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นที่ผู้ถือหุ้นเดิมของทหารไทย ใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนอยู่ที่ 1.35-1.60 บาทต่อหุ้น และราคาเพิ่มทุนที่ชัดเจน จะทราบในเดือน ก.ย.นี้ ขณะที่ราคาหุ้นเพิ่มทุน ที่ผู้ซื้อหุ้นของธนชาตซื้อ จะสูงกว่าผู้ถือหุ้นทหารไทย 1.1 เท่า.

ราชาเงินผ่อน หลั่งน้ำตา แบงก์เตรียมเบรกผ่อน 0% หลายเดือน ผ่อนมือถือ-เที่ยวก็โดน

Highlight

  • หนี้ครัวเรือนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการลงนาม เพื่อปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง
  • โดยเฉพาะการก่อหนี้เพื่อจับจ่ายในสิ่งที่เกินความจำเป็น เช่น เที่ยวก่อนจ่ายทีหลัง ผ่อน 0% 6 เดือน และผ่อนโทรศัพท์มือถือ 0% 10 เดือน และ 24 เดือน
  • สินเชื่อบางประเภทที่ให้อัตราดอกเบี้ย 0% ยังสามารถทำได้ตามปกติ เช่น ค่ารักษาพยาบาล
  • คาดส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในระบบบ้างเพียงเล็กน้อย

————

Loading…

สมาคมธนาคารไทย เตรียมทยอยลดโปรโมชั่นผ่อน 0% โดยเฉพาะเที่ยวก่อนผ่อนทีหลัง 0% ผ่อนมือถือ 0% สกัดการสร้างหนี้เกินตัว…

จากกรณีที่หนี้ครัวเรือนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยของรายได้ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าค่าใช้จ่าย และด้วยสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีและความทันสมัยของนวัตกรรมต่างๆ จึงทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทยได้ตระหนักถึงการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยล่าสุด ได้มีการลงนามระหว่างธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับนโยบายการปล่อยสินเชื่อแบบรับผิดชอบไปแล้ว และจะร่วมกันไม่สนับสนุนสร้างหนี้โดยไม่มีความจำเป็น

“โดยเฉพาะโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อความสุขสำราญ เช่น การเที่ยวก่อนจ่ายทีหลัง โดยให้ผ่อน 0% 6 เดือน และการผ่อนโทรศัพท์มือถือ 0% 10 เดือน และ 24 เดือน ซึ่งโปรโมชั่นเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยให้มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้น” นายปรีดี กล่าว

“ธนาคารพาณิชย์จะอนุมัติสินเชื่อโดยดูวัตถุประสงค์ของการใช้เงินมากขึ้น หากเป็นการก่อหนี้เพราะมีความจำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาล ธนาคารก็พร้อมที่จะอนุมัติเพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยเชื่อว่าการคัดกรองเช่นนี้ น่าจะเป็นผลดี และสามารถลดภาวะการก่อหนี้ครัวเรือนได้ ดังนั้น หากธนาคารพาณิชย์ใดมีความพร้อมก็สามารถทำได้ทันที” นายปรีดี กล่าว

นายปรีดี เปิดเผยกับทีมข่าวว่า “สินเชื่อบางประเภทที่ให้อัตราดอกเบี้ย 0% ยังสามารถทำได้ตามปกติ เพราะการให้อัตราดอกเบี้ย 0% ของสินเชื่อบางประเภท ถือเป็นการช่วยเหลือลูกค้าและลดต้นทุนให้กับลูกค้าได้ในกลุ่มสินเชื่อเพื่อความจำเป็น”

ขณะที่ แนวทางในเรื่องนี้จะพิจารณาตามความเหมาะสมของสินเชื่อแต่ละประเภท ส่วนในแง่ผลกระทบในการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อนั้น อาจจะส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในระบบบ้างเพียงเล็กน้อย แต่ถือว่าเป็นสิ่งดีที่จะช่วยลดหนี้ครัวเรือนลดลงได้

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันอยู่ที่ 78.7% ต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยแบ่งเป็น กลุ่มหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล 34% หนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 33% หนี้สินเชื่อเพื่อธุรกิจ 18% หนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 12% และหนี้บัตรเครดิต 3%

“ระดับหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันถือว่ายังเป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยและผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ แต่หากหนี้ครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้นไปแตะที่ระดับ 84% จะถือว่าเป็นระดับที่มีความเสี่ยงที่จะสร้างผลกระทบค่อนข้างมาก” นายปรีดี กล่าว.

ราคาที่ดินใหม่ เริ่มปี 63 ทั้งประเทศปรับขึ้น 11% ถนนวิทยุ ตารางวาละ 1 ล้าน

ธนารักษ์ เผยราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ เริ่มใช้ปีหน้า ราคาทั้งประเทศปรับขึ้นเฉลี่ย 11% ย่านถนนวิทยุ ใจกลางกรุง ตารางวาละ 1 ล้าน ส่วนพื้นที่นนทบุรี แพงสุด แถวถนนกรุงเทพ-นนทบุรี และงามวงศ์วาน

Loading…

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยการจัดทำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ว่า ได้เตรียมจัดทำล่วงหน้ามาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว โดยคณะอนุกรรมการประเมินราคาที่ดินระดับจังหวัด ได้ประเมินราคาที่ดินในแต่ละจังหวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งให้คณะกรรมการประเมินราคาที่ดินในส่วนกลางที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุมัติเพื่อจะประกาศใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.2563-ธ.ค. 2566 อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมราคาประเมินรอบใหม่ ราคาที่ดินเฉลี่ยทั้งประเทศปรับขึ้นราว 11%

“การประเมินราคาที่ดินรอบใหม่นี้ ราคาประเมินที่ดินในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะมีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาด โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่ในกรุงเทพมหานคร ราคาประเมินยังต่ำกว่าราคาตลาดราว 20%”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันที่ดินทั่วประเทศมีจำนวน 321 ล้านไร่ โดยเป็นที่ดินเอกชน 127 ล้านไร่ จำนวน 37.62 ล้านแปลง ในจำนวนนี้เป็นโฉนด 33.48 ล้านแปลง คิดเป็น 89% ส่วนที่เหลือเป็นที่ดิน เช่น ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน หรือ นส.3 เป็นต้น

สำหรับราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มเฉลี่ย 2.45% โดยอัตราเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินถนนสายสำคัญ ซึ่งคิดเป็นตารางวา(ตร.ว.) ได้แก่ ถนนสีลม ราคาประเมินอยู่ที่ 750,000 บาทถึง 1 ล้านบาท เพิ่มจากราคาประเมินรอบที่ผ่านมาที่อยู่ 700,000 บาทถึง  1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.14-0% ถนนเพลินจิต ราคา  1 ล้านบาท เพิ่มจาก 900,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.11% ถนนพระรามที่ 1 ราคา 400,000 บาทถึง 1 ล้านบาท จาก 400,000 –900,000  บาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0-11.11%  ถนนวิทยุ ราคา 1 ล้านบาท จาก 500,000-750,000  บาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 100-33.33%

ส่วนถนนสาทร ราคา 450,000-800,000  บาท จากเดิม 450,000-750,0000 บาท หรือเพิ่มขึ้น 6.67%, ถนนสุขุมวิท ราคา  230,000-750,000 บาท จากเดิม  210,000-650,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9.52-15.38% ถนนพหลโยธิน ราคา 130,000-500,000 บาท จากเดิม 100,000-400,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30-25%, และถนนรามอินทรา ราคา 100,000-170,000 บาท จากเดิม 85,000 – 150,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17.65-30.76%

ขณะที่การประเมินราคาพื้นที่ปริมณฑล จังหวัดนนทบุรี มีราคาประเมินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.25% ราคาต่ำสุด 1,000 บาทต่อตร.ว. สูงสุด 170,000 บาทต่อตร.ว. โดยที่ดินราคาแพงสุดอยู่บริเวณ ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ถนนงามวงศ์วาน ขณะที่จังหวัดสมุทรสาคร ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.58% ราคาต่ำสุด 350 บาทต่อตร.ว.สูงสุด 70,000 บาทต่อตร.ว.  โดยที่ดินแพงสุด คือ ถนนเอกชัย และถนนเศรษฐกิจ 1 ส่วนสมุทรปราการ ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.36% ต่ำสุด 500 บาทต่อตร.ว.สูงสุด 160,000 บาทต่อตร.ว. แพงสุดบริเวณถนนสุขุมวิท (เขตกรุงเทพฯ-คลองสำโรง)

ในส่วนจังหวัดนครปฐม เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.46% ต่ำสุด 130 บาทต่อตร.ว. แพงสุด 80,000 บาทตร.ว. โดยบริเวณแพงสุด คือ แถวถนนหน้าพระ ถนนหลังพระ ถนนซ้ายพระ ถนนขวาพระ ถนนทรงพล ถนนราชวิถี ถนนราชดำเนิน และจังหวัดปทุมธานี เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.07% ราคาต่ำสุด 600 บาทต่อตร.ว. สูงสุด 100,000 บาทต่อตร.ว. อยู่แถวถนนรังสิต-ปทุมธานี ถนนพหลโยธิน.

อลังการเว่อร์วัง 9 หมื่นล้าน! บ้านในป่ากลางกรุงเทพฯครั้งแรกในโลก

ที่สุดของโปรเจกต์แห่งปี ต้องยกให้ เดอะ ฟอเรสเทียส์ โครงการที่สร้างบ้านไว้ในป่า ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองหลวงด้วย แค่เกริ่นก็รู้สึกได้ถึงความอลังการแล้ว ว่าโครงการนี้หน้าตาจะเป็นอย่างไร วันนี้ โฮมมี่ พาไปรู้จักโครงการอลังการที่จะสร้างความสุขที่แท้จริงให้กับผู้อยู่อาศัย

Loading…

พวกเขาบอกว่า ถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่เนรมิตป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมือง ท่ามกลางระบบนิเวศของผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ โดยที่ป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมืองบนพื้นที่กว่า 300 ไร่ บริเวณบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 5-7 มูลค่าโครงการมากกว่า 90,000 ล้านบาท

ส่วนคอนเซ็ปต์ของโครงการนี้คือ “Imagine Happiness” โดยมีองค์ประกอบสำคัญทั้ง 4 หมวดใหญ่ หรือ Eternal 4 อันเป็นพื้นฐานของความสุขที่แท้จริง ได้แก่

1. 50 Shades of Nature ความสุขในการใช้ชีวิตท่ามกลางระบบนิเวศขนาดใหญ่
2. Connecting 4 Generations ความสุขในการดีไซน์พื้นที่ความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้ใช้ชีวิตร่วมกันครอบคลุมถึง 4 เจเนอเรชั่น
3. Community of Dreams ความสุขบนพื้นที่และสาธารณูปโภคที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
4. Sustainnovation for Well-being ความสุขด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ซึ่งนับเป็นดีเอ็นเอของ MQDC ที่สร้างแนวคิดใหม่ของการใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และในอนาคต

ไว้โครงการนี้เสร็จเมื่อไหร่ โฮมมี่ สัญญาว่าจะพาทุกคนไปส่องความอลังการ 9 หมื่นล้านพร้อมๆ กัน 

โอ๊ย…แค่คิดก็เว่อร์วังแล้ว.

MQDC ผุดแคมเปญ “จำลองป่าไว้ในเมือง” โลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต

“Our home – โลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต” MQDC Branding Campaign โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กับ ครั้งแรกของแบรนด์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่หยุดคิดแค่การสร้างความสุขให้แก่ผู้อยู่อาศัย (Human-Centric) เราลงทุนและพัฒนาเพื่อการสร้างความสุขให้กับทุกสรรพสิ่งบนโลก (Planet-Centric) เพราะเชื่อว่าความสุขที่ยั่งยืนคือความสุขที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันของทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้แบบไม่เบียดเบียนกัน และต่อยอดชีวิตให้กันและกัน

เพราะ “โลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต” MQDC คือแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่คิดต่างและทำจริงเพื่อสร้าง “บ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต” เพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลกใบนี้ ชวนกันมาถ่ายภาพคู่ธรรมชาติกับผลงานภาพถ่ายแบบสามมิติ ผ่านเทคโนโลยี AR ในกิจกรรม “MQDC จำลองป่าเสมือนจริงมาไว้ในเมืองผ่านเทคโนโลยี AR” ธรรมชาติ 5 แบบ ที่รอทุกคนมาร่วมสนุกแชะแอนด์แชร์ กับ 4 สถานีรถไฟฟ้า ที่ BTS เพลินจิต, BTS อ่อนนุช, MRT สุขุมวิท และ MRT จตุจักร ลองมาสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงของธรรมชาติที่สวยงามใจกลางเมือง แล้วพร้อมใจกันเปลี่ยนโลกเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างน้อยคนละหนึ่งอย่าง เพื่อสร้างความเป็นอยู่อย่างยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ เราจะได้อยู่เคียงคู่กันไปอีกนาน

นางสาวแสงรวี โฆสิตไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทย์การสร้างแบรนด์และการตลาด บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ความน่าสนใจของ MQDC Branding Campaign “โลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต” เราเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เข้ามา “สร้างเพื่อสร้าง” เราสร้างความสุขให้กับทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ คน สัตว์ ต้นไม้ ให้ธรรมชาติอันสวยงามสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด For All Well-Being ซึ่งในแต่ละโครงการของเรามีการทำวิจัยนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Research & Innovation for Sustainability Center – RISC) เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า 60% สร้างออกซิเจนในอากาศให้มากขึ้น ช่วยลดการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และสอดแทรกนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย โดยคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันของคนในครอบครัว คนกับธรรมชาติ การมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี อย่างมีความสุขกับโลกใบนี้

ทั้งนี้บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ดำเนินธุรกิจพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ โดยที่ผ่านมา MQDC ได้มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ Magnolias, Whizdom และยังมีโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่ๆ ที่จะตามมาอีกมากมายเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขอย่างยั่งยืนตามแนวคิดการทำธุรกิจของ MQDC อาทิ โครงการ The Forestias, Mulberry Grove, The Aspen Tree โดยทุกโครงการสืบทอดพันธกิจของแบรนด์ MQDC ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณค่าให้กับสังคมรอบโครงการที่ MQDC เราใส่ใจทุกสิ่งมีชีวิตบนโลก

อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถสัมผัสธรรมชาติและร่วมแชร์ความสุขผ่านการถ่ายภาพเสมือนจริงได้แล้วที่รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต อ่อนนุช และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสุขุมวิทและจตุจักร ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2562.

อสังหาฯ ปลายปี รายใหญ่เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ตุนลูกค้าในมือ

อสังหาริมทรัพย์ไทย บ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ ในรอบสัปดาห์ เอสซี แอสเสท ออกแคมเปญบ้านสบาย สบาย “เอพี” เปิดตัวคอนโดใหม่

Loading…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยยังคงเปิดตัวโครงการใหม่ จัดโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยลบ ทั้งกำลังซื้อในประเทศและมาตรการกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) โดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกแคมเปญ “Homes for AllBirds” บ้านสบาย สบาย นำ 5 เพลงฮิตสื่อสาร บอกเล่าเรื่องราวของบ้านอยู่สบายไร้กังวลของบริษัทฯ

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จัดทัพคอนโด พร้อมโปรสุดพิเศษ ตลอดจนจัดอีเวนต์ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12-19 ก.ย. นำเสนอ 3 โครงการใหม่ หลากคอนโดทำเลแนวรถไฟฟ้า

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริสร้างความแตกต่างสู่การเป็นผู้นำในตลาดบ้านเดี่ยว และ 3 อันดับแรกในตลาดทาวน์เฮาส์ในระยะเวลา 3 ปี กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจแนวราบมาจากการพัฒนาแบรนด์บ้านเดี่ยวแนวราบ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ พร้อมสร้างความแข็งแกร่ง และจุดเด่นในแต่ละแบรนด์ที่ชัดเจน แตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯ ที่กำลังซบเซา แต่แสนสิริยังคงมุ่งมั่นฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจด้วยการตั้งเป้าขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดบ้านเดี่ยว และ 3 อันดับแรก ของตลาดทาวน์เฮาส์กลยุทธ์สำคัญสู่เป้าหมาย คือ เปิดตัวโครงการใหม่ 16 โครงการ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มโครงการบ้านเดี่ยวเป็นเรือธง 10 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ในปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายโครงการแนวราบไว้ 15,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนโครงการแนวราบ 16,500 ล้านบาท

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เตรียมเปิดขายโครงการบ้านเดี่ยว ภัสสรร่มเกล้า-รามคำแหง โดยชูเทคโนโลยีเซฟตี้โฮม ทำเลใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม-สายสีชมพู

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เตรียมเปิดตัวไฮเอนด์คอนโด ไลฟ์ สาทร เซียร์รา เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบรุกไตรมาส 3 ปี 2562 เพียง 150 เมตรจากบีทีเอส ตลาดพลู กับราคาเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 87,000 บาท/ตารางเมตร บนพื้นที่ส่วนกลางกว่า 5 ไร่ ผสานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เข้ากับการใช้ชีวิตเมือง

ขายที่ดิน 80ไร่ ซอยฉลองกรุง 53 พื้นที่สีเหลืองสำหรับขึ้นโครงการหมู่บ้าน

ขายที่ดินแปลงใหญ่เนื้อที่ 80 ไร่ ถนนฉลองกรุงซอย 53 (ซอยวัดทิพพาวาส) แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ห่างถนนฉลองกรุงเพียง 500 เมตร พื้นที่สีเหลือง เหมาะสำหรับขึ้นโครงการหมู่บ้าน

หน้ากว้างติดถนนประมาณ 150+34 เมตร ที่ดินลึกประมาณ 810 เมตร ด้านหลังกว้างประมาณ 209 เมตร

ที่ดินอยู่ใกล้ชุมชน ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เพียง 10.9 กม. ใกล้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เพียง 5.8 กม. ใกล้กรุงเทพฯ-ชลบุรีถสายใหม่ เพียง 5.4 กม. ใกล้นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เพียง 1.6 กม.

เนื้อที่ 80-3-21.0 ไร่ ขายยกทั้งแปลง
ราคาอัพเดทล่าสุดวันที่ 10/30/2021 ยกแปลง 650 ล้านบาท
สอบถามรายละเอียดที่ โทร.084-319-3689 (คุณธนิต)
พิกัดแปลงที่ดิน คลิก

ขายที่ดินหทัยราษฎร์ 34-1-69ไร่ พื้นที่สีเหลือง ทำเลสวยสำหรับขึ้นโครงการหมู่บ้าน

ขายที่ดินติดถนนหทัยราษฎร์ เนื้อที่ 34-1-69 ไร่ พื้นที่สีเหลือง สำหรับขึ้นโครงการหมู่บ้าน ทำเลสวยใกล้ชุมชน เดินทางเข้าออกสะดวกใกล้ซาฟารีเวิลด์ ใกล้มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ใกล้ตลาดหทัยมิตร-ตลาดมารวย ใกล้ทางด่วนจตุโชติ-พระราม 9 ใกล้มอเตอร์เวย์บางปะอิน-บางนา ใกล้สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ฯลฯ

ขายที่ดินติดถนนหทัยราษฎร์
เนื้อที่ 34-1-69 ไร่
ราคาไร่ละ 8.5 ล้าน
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.084-319-3689 (คุณธนิต)